📡 ไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
ไมโครชิปเป็นวิธีระบุตัวสัตว์เลี้ยงที่ถาวรและเชื่อถือได้ที่สุด แตกต่างจากปลอกคอที่อาจหลุดหาย ไมโครชิปอยู่ใต้ผิวหนังตลอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง
ราคา
300-800 ฿
ค่าฝัง
ขนาด
~2 มม.
เท่าเมล็ดข้าว
อายุการใช้งาน
ตลอดชีวิต
ไม่ต้องเปลี่ยน
มาตรฐาน
ISO 11784/5
15 หลัก
✅ ขั้นตอนการฝังไมโครชิป
- 1
ปรึกษาสัตวแพทย์
แจ้งสัตวแพทย์ว่าต้องการฝังไมโครชิป ระบุข้อมูลเจ้าของที่ถูกต้องสำหรับการลงทะเบียน
- 2
ฉีดไมโครชิป
สัตวแพทย์ฉีดชิปขนาดเท่าเมล็ดข้าวเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหลังกรงคอ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที
- 3
ตรวจสอบ
ใช้ scanner อ่านเพื่อยืนยันว่าชิปทำงานได้ถูกต้องและอ่านรหัส 15 หลักได้
- 4
ลงทะเบียน
ลงทะเบียนรหัส 15 หลักกับฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงแห่งชาติหรือเอกชน พร้อมข้อมูลติดต่อเจ้าของ
- 5
เก็บเอกสาร
เก็บใบรับรองไมโครชิปไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศหรือกรณีจำเป็น
💡 ประโยชน์ของไมโครชิป
ค้นหาสัตว์หาย
หากน้องหายไป โรงพยาบาลและสถานพักพิงสัตว์สแกนไมโครชิปเพื่อติดต่อเจ้าของได้ทันที
เดินทางระหว่างประเทศ
ประเทศส่วนใหญ่รวมถึง EU, UK, ออสเตรเลีย กำหนดให้ต้องมีไมโครชิปก่อนเดินทาง
พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ
ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของกรณีพิพาทหรือสัตว์ถูกขโมย
บันทึกทางการแพทย์
บางโรงพยาบาลเชื่อมประวัติการรักษากับรหัสไมโครชิป ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
❓ ไมโครชิป VS ปลอกคอ
📡 ไมโครชิป
- ✓ ถาวร ไม่หาย
- ✓ ใช้เดินทางต่างประเทศ
- ✗ ต้องใช้ scanner อ่าน
- ✗ ไม่แสดงข้อมูลทันที
🏷️ ปลอกคอ+ป้าย
- ✓ มองเห็นได้ทันที
- ✓ ใส่เบอร์โทรได้
- ✗ หลุดหรือหายได้
- ✗ ไม่เป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศ
💡 ควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย
ไมโครชิปเจ็บไหม?
เจ็บน้อยมาก เทียบได้กับการฉีดวัคซีน ไมโครชิปมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ไม่ต้องวางยาสลบ
ราคาฝังไมโครชิปเท่าไหร่?
ราคาอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาท ขึ้นอยู่กับคลินิก บางแห่งมีค่าลงทะเบียนเพิ่มอีก 100-200 บาท
ไมโครชิปติดตาม GPS ได้ไหม?
ไม่ได้ ไมโครชิปไม่ใช่ GPS ทำหน้าที่เก็บรหัสประจำตัว 15 หลักเท่านั้น ต้องใช้ scanner อ่าน
ต้องลงทะเบียนไมโครชิปหลังฝังไหม?
ใช่ การฝังไมโครชิปโดยไม่ลงทะเบียนเท่ากับไม่มีประโยชน์ ต้องลงทะเบียนข้อมูลเจ้าของในฐานข้อมูลเพื่อให้ค้นหาได้