🫘 โรคไตในแมวและสุนัข (CKD)
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease — CKD) เป็นโรคที่พบบ่อยในแมวมากกว่าสุนัข โดยเฉพาะแมวอายุมากกว่า 7 ปี ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การจัดการที่ดีช่วยให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ได้นานขึ้น
แมวอายุมากกว่า 7 ปี ควรตรวจเลือดประจำปี — CKD ระยะแรกไม่มีอาการชัดเจน
📊 ระดับ CKD (IRIS Staging)
แพทย์จะใช้ค่า Creatinine และ SDMA ในเลือดเพื่อจัดระยะ
| ระยะ | Creatinine (แมว) | อาการ |
|---|---|---|
| ระยะ 1 | < 1.6 mg/dL | ไตทำงานได้ > 33% ยังไม่มีอาการชัดเจน |
| ระยะ 2 | 1.6–2.8 mg/dL | ไตทำงาน 25-33% อาจเริ่มกินน้ำมากขึ้น |
| ระยะ 3 | 2.9–5.0 mg/dL | ไตทำงาน 10-25% น้ำหนักลด อาเจียน |
| ระยะ 4 | > 5.0 mg/dL | ไตทำงาน < 10% อาการรุนแรง |
🔍 อาการที่ต้องระวัง
•ดื่มน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย
•น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ กล้ามเนื้อลีบ
•เบื่ออาหาร หรืออาเจียนหลังกิน
•อ่อนแรง ไม่กระฉับกระเฉง
•หายใจมีกลิ่น (กลิ่นแอมโมเนีย)
•ขนร่วง ขนหยาบ ทึบมัน
•ปากแผลหรือเหงือกซีดขาว
🍽️ การจัดการอาหาร
✓
อาหารเปียก (wet food) ดีกว่าอาหารแห้ง
เพิ่มปริมาณน้ำ ช่วยไตกรอง
✓
ฟอสฟอรัสต่ำ — ≤ 0.5% DM (แมว)
ฟอสฟอรัสสูงทำให้ CKD แย่ลงเร็ว
✓
โปรตีนปรับตาม stage ตามคำแนะนำสัตวแพทย์
โปรตีนต่ำเกินอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบ
✓
น้ำให้ไม่อั้น เพิ่มแหล่งน้ำหลายจุด
สัตว์ป่วยโรคไตต้องขับของเสียมาก
❌ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ตับ กระดูกป่น ขนมแมวอัดเม็ด และอาหารเค็ม